[MAX MOVIE] สิ่งที่ให้จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับ • คังดงวอน Golden Slumber

Golden Slumber เรื่องราวของชายหนุ่มที่ถูกใส่ความอย่างไม่เป็นธรรม และเอาชนะวิกฤตในชีวิตจากการช่วยเหลือของเพื่อนๆ  สิ่งที่ทำให้คังดงวอนเสนอให้ทำเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ตั้งแต่ 8 ปีก่อน อาจจะเป็นเพราะได้เห็นภาพของตัวเองจากพระเอกที่พูดว่า ‘ความเชื่อใจ คืออาวุธที่ดีที่สุดของมนุษย์’ ก็เป็นได้

เรื่องราวที่มีคุณค่าให้ลองทำ

บังเอิญผมได้อ่านนิยาย Golden Slumber ต้นฉบับ ที่ญี่ปุ่นก็เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ เลยได้อ่านทั้งหนังสือและดูหนัง ก็คิดว่า ถ้าที่เกาหลีได้ทำแบบมีจังหวะมากขึ้น ก็น่าจะให้ความสนุกในอีกแบบได้ ข้อความที่หนังต้องการสื่อ คือเรื่องราวที่ผมอยากจะลองทำสักครั้ง ทั้งในอดีตหรือตอนนี้ เพราะมีคนมากมายที่ถูกอำนาจเล่นงานอย่างไม่เป็นธรรม ถ้าเป็นเรื่องราวของพวกเขาก็คิดว่ามีคุณค่าให้ลองทำครับ

เพื่อปลอบใจคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

ผมเสนอผู้สร้างให้ทำเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่เมื่อ 8 ปีก่อน ตอนผมอายุ 30 ตอนนั้นอาจมีความห้าวหาญ แต่ตอนนี้มีความรับผิดชอบในหน้าที่ พอๆ กับได้รู้หลายเรื่องมากขึ้น มักจะมีคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่เสมอ เช่น คนที่ได้รับการตัดสินว่าจะได้รับเงินชดเชยจากประเทศ แต่ศาลกลับตัดสินให้เงินแค่บางส่วน หรือกู้เงินที่ไม่ได้ดอกเบี้ยสูง แต่กลับมีดอกเบี้ยรายปี ทำให้ต้องชำระเงินอีกครั้ง หรือคนที่ได้รับเงินชดเชย แต่ต้องมาชดใช้ดอกเบี้ย ทำให้ยิ่งลำบากกว่าเดิม คนที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมหวังว่า อย่างน้อยภาพยนตร์เรื่องนี้จะปลอบใจเขาได้ครับ

ความรู้สึกที่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

เส้นเรื่องใหญ่ของหนังเราจะเป็นฉากไล่ล่าและฉากมิตรภาพของเพื่อนๆ ผมคิดว่าทั้งสองส่วนสามารถผสมได้เข้ากันในเรื่องของอารมณ์ได้เป็นอย่างดีครับ เกี่ยวกับด้านเทคนิคนั้นผมไม่ค่อยรู้ อาจจะรู้สึกว่ามีการตัดต่อแบบไปมาสลับกันอยู่ ผู้ชมอาจจะรู้สึกเสียดายในจุดนี้ก็ได้ครับ

อินกับตัวละคร 100 เปอร์เซ็นต์

พนักงานส่งของ ‘กอนอู’ (คังดงวอน) ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขันแต่ก็ยังมีนิสัยเหมือนเดิม ผมจึงเข้าใจตัวละคร 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผมเวลาที่ความเครียดสะสม หรือรู้สึกเหนื่อยก็จะพยายามทำให้คนรอบข้างสนุก ถ้าผมแสดงอาการว่าเหนื่อยบ่อยๆ คนรอบข้างผมก็จะเหนื่อยไปด้วย ถ้าเกิดปัญหาผมก็จะพูดเล่นในเรื่องนั้นแทน ผมก็มีมุมที่ตลกอยู่ครับ ผมมั่นใจครับว่าผมตลก

ตัวละครธรรมดา ชีวิตธรรมดา

ก่อนที่จะแสดงเป็นคนส่งของ ซึ่งเป็นคนที่ใกล้กับชีวิตประจำวันของเรา ผมไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษครับ เคยมีสารคดี 1 ชั่วโมงที่บอกเล่าชีวิตพวกเขาไว้ ผมเคยดูแล้ว แต่ระหว่างเตรียมถ่ายทำ ผมก็ดูอีกครั้ง ผมอยากจะใส่ความเหนื่อยในการทำงานของพวกเขาลงไปให้มากขึ้น คนที่ฝากให้พนักงานส่งของทิ้งขยะ ในชีวิตจริงนั้น ได้ยินว่ามีเยอะมากเลย ถามว่าปกติสั่งของมาส่งบ่อยไหมเหรอ? ตอนนี้ผมเบื่อการชอปปิง ไม่ได้สั่งแล้วครับ ตอนช่วงอายุ 20 ก็สนใจเรื่องเสื้อผ้ามาก ตอนนี้เสียดายเวลาที่จะเปลี่ยนเสื้อแล้ว ไม่อยากจะคิดด้วยว่าพรุ่งนี้จะใส่อะไร ผมซื้อเสื้อที่ใส่ครั้งเดียวแล้วจะไปเข้านอน หรือไปร้านอาหารก็ได้ ผมจะซื้อแบบพื้นฐานมาอย่างละสีครับ (หัวเราะ)

เปลี่ยนหน้าไปทุกครั้ง

มีบางคนบอกว่า ภาพลักษณ์ผมไม่เหมาะกับพนักงานส่งของ และก็มีบางคนบอกว่าใน Golden Slumber ดูหล่อกว่า ภาพลักษณ์ปกติด้วย บางคนก็บอกแบบตรงกันข้ามว่า ดูหมดหล่อเกินไปไหมด้วย แต่ผมต้องการแบบนั้น ก็ไม่เป็นไรครับ นักแสดงเวลาที่แสดงแล้ว ทั้งผมหรือน้ำหนักตัว ก็จะไม่ใช่ของตัวเองจริงๆ พอได้แสดงแล้ว สีหน้าก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตาม กล้ามเนื้อหน้าที่ต้องใช้บ่อยๆ ตอนนี้ผมกำลังถ่ายเรื่อง Inrang อยู่ เป็นตัวละครที่มีความเป็นผู้ชายและห้าวหาญค่อนข้างมาก หน้าตาเลยเปลี่ยนไปจากตอนที่ถ่ายเรื่อง Golden Slumber

สิ่งที่ให้ จะเป็นสิ่งที่ได้รับ

บทพูดที่ประทับใจในเรื่อง Golden Slumber เป็นพิเศษ คือ ‘ใช้ชีวิตขาดทุนบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นอะไร’ เป็นคำที่ผมพูดบ่อยๆ พอมีคนมาตักตวงจากผม คนรอบข้างจะถามว่า ทำไมทำแบบนั้น แต่ชีวิตถ้ามองยาวๆ แล้ว สิ่งที่ให้ ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับในไม่ช้า

ความยืดหยุ่นที่ได้จากประสบการณ์

แน่นอนว่าเวลาทำงานจะรู้สึกถูกหักหลังหลายครั้ง พอได้เห็นธาตุแท้ของคนผมจะรู้สึกลำบากใจ พอคิดว่า‘คนเราจะเห็นธาตุแท้ได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ’ ก็จะรู้สึกผิดหวังในตัวคน ยิ่งในวงการนี้ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เมื่อก่อนก็รู้สึกเสียใจกับความจริงเรื่องนี้ แต่พอผ่านมานานก็จะเริ่มทำงานด้วยการคาดเดาว่า ตอนนี้ไม่ว่าใครอาจจะเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ช่วงนี้จะคิดอยู่เสมอว่า‘มนุษย์เป็นแบบนี้อยู่แล้วสินะ มีคนแบบนี้ด้วยสินะ’ แต่ผมค่อนข้างโชคดีมั้ง ที่รอบๆ ตัวผมมีคนดีๆ อยู่มาก ไม่เคยเห็นใครที่ใช้ชีวิตโดยสร้างความลำบากให้คนอื่นเลย

ภาพยนตร์คือกระจกสะท้อนตัวเอง

ผมคิดเอาเองว่าตัวเองเป็นคนหนุ่มที่ทำตัวถูกต้องและจิตใจดี อาจจะเพราะว่าผมยังมีไฟในการต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผู้ใหญ่รอบๆ ข้างเลยเอ็นดูผม ดูผมอวดตัวเองเกินไปไหม? ตอนที่ผมอยู่กับเพื่อนยิ่งกว่านี้อีก(หัวเราะ) ความจริงมีหลายคำที่ผมเองก็อยากจะพูดให้สะใจ แต่ว่าแสดงออกมาให้เห็นในหนัง อาจจะดีกว่าพูดออกมาทันทีเพราะตอนนั้นจะได้ดูผมแบบที่ไม่มีอคติ

ความสดใสแบบผิดคาด

ตอนสมัยเรียนผมคิดว่าตัวเองนอกคอก แต่เพื่อนๆ บอกว่าผมมีความเป็นผู้นำ ผมเป็นพวกพาคนที่สนิทแห่ตามกันไปได้ เพื่อนๆ ผมมีแต่พวกนอกคอก ก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นพวกนอกคอก (หัวเราะ) ตอนนี้นิสัยก็ไม่ได้ต่างจากตอนนั้นมาก

ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในบ้านเมือง

ผมสนิทกับผู้กำกับจางจุนฮวานเรื่อง 1987 อยู่แล้วครับ ตอนแรกเตรียมจะทำผลงานอื่นด้วยกัน แต่จู่ๆ ก็อยากจะทำ 1987 ขึ้นมา ผมจำได้ว่าเขาเอาเรื่องย่อมาให้ผมดู พอฟังเรื่องตัวอย่างมา ก็ลองไปศึกษาดู แต่ว่าด้วยสถานการณ์บ้านเมืองตอนนั้น ก็สงสัยว่าจะทำหนังเรื่องนี้ออกมาได้ไหม แต่ว่าอยากจะช่วยผู้กำกับครับ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในบ้านเมืองที่ผู้กำกับมีก็ทำให้ผมอยากจะร่วมด้วย เลยมาเล่นรับเชิญ พอได้ศึกษาประวัติศาสตร์แล้ว ก็ได้รู้ว่าเราไม่ได้มีชีวิตที่ดี

ความเชื่อมั่นในการเลือก

ตอนเลือกงานผมเชื่อตาตัวเองครับ ถ้าได้อ่านเรื่องย่อว่าดี ต่อให้เป็นผู้กำกับใหม่ แต่ดูแล้วน่าจะทำได้ดีก็ทำครับ แทบไม่มีวันได้พัก ผมไม่หวังว่าตัวเองจะได้ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ แค่ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ก็ดีแล้ว (หัวเราะ) ดังนั้นผมเลยตั้งวงเหล้ากับทีมงาน ในกองถ่ายบ่อยๆ ผมชอบดื่ม แล้วก็ได้จบวันกับคนที่ทำงานด้วยกัน และกลับเข้าที่พักเป็นความรู้สึกที่ดีครับ ถ้าทำแต่งานแล้วเหลือตัวคนเดียวจะรู้สึกว่างเปล่านิดหน่อย

คำขวัญประจำใจ

ตอนทำงานใหม่ๆ คำประจำใจผมคือ ‘อย่าสร้างความลำบากให้คนอื่น’ ในความเป็นจริงผมก็คิดแบบนั้นตอนนี้ก็เช่นกัน ยิ่งเวลาผ่านไปโลกนี้ก็เชื่อใจใครได้ยากขึ้นครับ ยิ่งอายุมากขึ้นทุกคนก็เริ่มมีเกราะที่หนามากขึ้น เพราะยุ่งอยู่กับการจัดการชีวิตตัวเอง พอผมต้องอยู่แบบนั้นก็คิดว่า เข้าไปอยู่ในเขาคนเดียวอาจจะดีกว่า

คังดงวอนที่เป็นเหมือนเดิม

คังดงวอนเป็นคนแบบไหนเหรอ? คงเป็นคนมีมารยาทและท่าทางที่ต้องทำให้เหมาะเวลาพบเจอผู้คน จะอยู่แบบสบายๆ ทุกที่คงไม่ได้ ต้องระวังคำพูดอยู่เสมอ และผมก็ไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนคำพูดไปทุกที่ ไม่ใช่คนไม่ดี ช่างเป็นคนที่เหมือนมนุษย์จริงๆ (หัวเราะ) อยากให้ทุกคนมองผมอย่างที่ผมเป็น

ที่มา maxmovie.com
แปลไทยโดย pangjija

You may also like